วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

ขลังและหายาก รูปเหมือนปั้มหลวงพ่อกวย วัดซับลำใย

ขลังและหายาก รูปเหมือนปั้มหลวงพ่อกวย วัดซับลำใย


หากอยากได้พระเครื่องที่พุทธคุณครบเครื่องในราคาไม่แพงมาก (หลักพันต้นๆ) องค์นี้เป็นตัวเลือกอันดับแรกๆของผม รูปเหมือนปั้มหลวงพ่อกวย ออกวัดซับลำใยที่หลวงปู่หมุน วัดบ้านจานยังปลุกเสกด้วยครับ


พระเครื่องหลวงปู่หมุน ฐิตสโล เป็นพระเครื่องยอดนิยมในปัจจุบันไปแล้ว รุ่นที่ไม่ทันเสกยังมีราคาเรือนหมื่น เชื่อกันว่าพระเครื่องที่หลวงปู่หมุนได้ปลุกเสกนั้นโชคลาภเป็นเยี่ยมเลยครับ

อ่านประวัติ หลวงปู่หมุน ฐิตสโล

จำนวนการสร้างรูปเหมือนปั้ม หลวงพ่อกวย วัดซับลำใย
รูปเหมือนปั๊ม หลวงพ่อกวย ออกวัดซับลำใย ปี41 สร้างโดยอาจารย์ตั้ววัดซับลำใย ลูกศิษย์หลวงพ่อกวย อาจารย์ตั้วเป็นศิษย์ที่ได้ตำราตกทอดจากหลวงพ่อกวยไป และหลวงพ่อกวยยังสั่งให้ไปศึกษาเพิ่มเติมกับ หลวงปู่ครูบาอิน วัดฟ้าหรั่ง จ.เชียงใหม่ และหลวงปู่หมุนวัดป่าบ้านจาน นอกจากนี้ท่านยังเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสมภพ วัดสาลีโข ถึงกับมอบตัวเป็นบุตรบุญธรรมเลยครับ รูปหล่อรุ่นนี้อาจารย์ตั้วนำชนวนมวลสารและแผ่นจารยันต์ผสมจำนวนมาก และยังเชิญหลวงปู่หมุนวัดป่าบ้านจานมาเป็นประธานในพิธีเสกที่วัดซับลำไยเรื่อยมาด้วยครับ เป็นรูปหล่อที่ออกแบบได้งดงามเหมือนหลวงพ่อกวยมากๆ ตอกโค๊ตด้านหลังครับ บางองค์จะมีจารและบางองค์อาจไม่มีจารก็ได้ครับ






องค์นี้พิเศษ จารเต็มองค์ อยู่ที่วัดซับลำไยนานมาก พร้อมกล่องเดิมๆ ของดีราคาเบาๆที่ใช้แทนพระรูปเหมือนหลวงพ่อกวยที่ราคาแพงมากๆ(หลักแสน)ได้สบายๆครับ ได้ทั้งบารมีหลวงพ่อกวยและหลวงปู่หมุนในองค์เดียว

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่

ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่


ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่มีอายุมากกว่า 136 ปี สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของเหล่า บรรพชนชาวจีนโพ้นทะเล มีสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะจีนโบราณ โดยอาคารหลังเดิมสร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และได้พบตัวเลข 2416 สลักอยู่บนไม้อกไก่ของหลังคา ซึ่งเชื่อว่าเป็นปีที่ก่อสร้าง สำหรับที่ดินที่ตั้งอาคารศาลเจ้านั้น เดิมเป็นที่ดินวัดร้าง ทางศาลเจ้าจึงได้ขอทำสัญญาเช่าที่ดินจากสำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ และเมือปี 2479 ศาลเจ้าได้ขึ้นทะเบียนอยู่ในการกำกับดูแลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ต่อมาคณะกรรมการและสมาชิกได้พิจารณาเห็นว่าอาคารหลังเดิมมีสภาพหลังคาเตี้ย คับแคบและชำรุดทรุดโทรมมาก จึงดำริที่ จะให้มีการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นทดแทนอาคารหลังเก่า ที่เสื่อมโทรมจนยาก ที่จะบูรณะได้ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2539 ตรงกับปีกาญจนาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ครบ 50 พรรษา ตรงกับวาระสมโภช 700 ปี นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่คณะกรรมการและสมาชิกจึงได้จัดให้มีการวางศิลาฤกษ์และได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ จนเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ 2541 ซึงขณะนั้นมีนางสาว สมจิตร บูรณุปกรณ์ เป็นประธานชมรม ศาลเจ้าฯและได้จัดงาน ฉลองสมโภชอาคารศาลเจ้าหลังใหม่ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2542 ภายในศาลนอกจากองค์ปุงเถ่ากง-ม่า (เจ้าปู่ เจ้าย่า) แล้วยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันได้แก่เทพเจ้าที่ชาวจีนให้ความเคารพนับถืออีกหลายองค์คือ

ทีตี่แป่บ้อ (เทพยดาฟ้าดิน) กวนอิมเนี่ยเนี้ย (เจ้าแม่กวนอิม) ไช้ซิ้งเหล่าเอี้ย (เทพเจ้าโชคลาภ) ฮั่วท้อเซียนซือ (เทพเจ้าโอสถ) เฮี้ยงเทียนเซียงตี่ หรือตั้วเล่าเอี้ย (เจ้าพ่อเสือ) เล้งซิ้ง (เจ้ามังกร) โฮ้วเอี้ย (เจ้าพยัคฆ์) ตี่จู้ (เจ้าที่) หมึงซิ้ง (เจ้ารักษาประตู) จึงได้มีการทำพิธีทางศาสนาเบิกเนตร (ไคกวง) และอัญเชิญเจ้าสู่ที่ประทับ (เซ่งเต่ย) ตามประเพณี ในปีพ.ศ 2542 นายวิบูลย์ โตวิวัฒน์ ได้รับเลือกเป็นประธานชมรมศาลเจ้าฯ ได้เล็งเห็นว่าหากมีการซื้อที่ดินและรื้อถอนอาคารที่บดบังหน้าศาลเจ้า ออกไปจะทำให้ด้านหน้าเปิดโล่งสู่แม่น้ำปิง ซึ่งจะทำให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงได้ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงิน เพื่อซื้อที่ดินดังกล่าว และในปี พ.ศ 2545 ได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จัดตั้งเป็นมูลนิธิส่งเสริมปุงเถ่ากง เชียงใหม่ ขึ้นเมืองวันที่ 1 สิงหาคม 2545 โดยมีนายวิบูลย์ โตวิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ คนแรกและได้ซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 29 ตารางวา กะนั้นได้มีการวางแผนพัฒนาที่ดินหน้าศาลเจ้าให้มีความสวยงาม โดยจัดทำซุ้มประตูมังกร แกะสลักชื่อ “ศาลเจ้าปุงเถ่ากง เชียงใหม่” ต่อมาในปี 2547 ได้ซื้อที่ดินขยายเพิ่มอีก 2 แปลง เนื้อที่ 24 ตารางวา พร้อมจัดทำกำแพงแสดงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้า และกำแพงแสดงถึงเทพเจ้าที่สำคัญ เช่นเทพเจ้ากวนอู ฮกลกซิ่ว แปดเซียนสิบแปดอรหันต์ ฯลฯ นอกจากนี้หน้าซุ้มประตูศาลเจ้ายังมีสิงโตหินแกะสลักตั้งตระหง่านขนาบประตูมังกรทั้งซ้าย ขวามีขนาดสูง 3 เมตร โดยนำมาจากมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน ต่อมาในปี พ.ศ 2549 ทางศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่ ถือว่าเป็นปีแห่งการร่วมกัน พัฒนาคุณภาพชีวิตและให้ความสำคัญต่อสุขภาพ ได้จัดให้มีการรณรงค์เกี่ยวกับการรักษาความสะอาดทั้งภายนอกและภายใน บริเวณศาลเจ้า อาคารศาลเจ้าทั้งหมดได้มีการทาสีใหม่ทั้งหลัง พร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศจัดสร้างห้องน้ำขึ้นใหม่ ให้เป็น ระเบียบแยกห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงให้เป็นสัดส่วน

ศาลเจ้าปุงเถ่ากงเชียงใหม่นำเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่ได้ร่วมกันสร้างปูชนียสถานสำคัญอันเป็นศุนย์รวมใจ สืบต่อจากเหล่า บรรพชนชาวจีนโพ้นทะเลจากรุ่นสู่รุ่นไว้เป็นสาธารณสมบัติ และเป็นแหล่งท่องเทียวที่สำคัญของจังหวัด ต่อไป

วัตถุมงคลที่จัดสร้างขึ้น เหรียญรุ่นแรกศาลเจ้าปุงเถ่ากงเถ่าม่า ปี 2542 

เป็นวัตถุมงคลรุ่นแรกที่มีการจัดสร้างขึ้นเป็นลักษณะเหรียญโลหะปั้ม เพื่อฉลองศาลเจ้าที่สร้างใหม่ ครบรอบ 123 ปี เหรียญรุ่นแรกนี้หาได้ยากพอสมควรครับ เป็นของดีที่ราคายังไม่แพงมาก และ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ใช้ดีทางด้่านขอพรเสริมหน้าที่การงาน เสริมดวงปีชงต่างๆ



เหรียญรุ่นแรกศาลเจ้าปุ่งเถ่ากงเถ่าม่า ปี 2542 

เหรียญนี้ได้รับมาจากศาลเจ้าโดยคนในพื้นที่ แบ่งบูชาเหรียญละ 550 บาท สนใจ ID Line= texsum

วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

พระขุนแผนครูบาจันต๊ะ รุ่นแรก เนื้อดำทาทอง

พระขุนแผนครูบาจันต๊ะ รุ่นแรก เนื้อดำทาทอง

พระอธิการจันต๊ะ อนาวิโล ( ครูบาจันต๊ะ )เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 28ก.พ.2468 ที่ตำบลหนองช้างคืน อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อเยาว์วัยได้มาเป็นลูกศิษย์วัดหนองช้างคืนเพื่อศึกษาเล่าเรียนจากครูบาอาจารย์หลายท่าน



เมื่อมีอายุได้ 12ปีได้บรรพชา จนเมื่อท่านอายุได้ 20 ปีท่านก็ได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 5มิ.ย.2487 ท่านได้เล่าเรียนธรรมจนสอบธรรมสนามหลวงแผนกธรรม ชั้นโท พ.ศ. 2494 หลังจากนั้นท่านได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองช้างคืนเมื่อ พ.ศ.2520 ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสและได้พัฒนาวัดให้มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น เป็นตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ บูรณะอุโบสถ ท่านมีความเมตตาธรรมสูง มีความสามารถพิเศษในด้านการเทศน์ธรรมมหาชาติ กัณฑ์มัทรี และได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงว่าเป็นเกจิอาจารย์ในด้านเครื่องลางของขลัง วัตถุมงคล คาถาอาคมและยันต์ต่างๆเป็นต้น จนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ในปี 2537 และปี 2542 ท่านได้สร้างพระเครื่องครั้งใหญ่ขึ้นโดยเป็นเนื้อผงพุทธคุณ ได้แก่ พิมพ์ขุนแผน ขุนช้าง สังขจาย ล.ป.ทวด กลีบบัว และปิดตา วัตถุมงคลรุ่นนี้ต่อมาภายหลังได้รับความนิยมของในพื้นที่มาก โดยมีความโดดเด่นในเรื่องเมตตามหานิยม ค้าขาย โชคลาภ และแคล้วคลาดปลอดภัย โดยเฉพาะขุนแผนและขุนช้างนั้นได้รับการยอมรับเป็นอย่างสูงในเรื่องเมตตาและ มหาเสน่ห์โชคลาภ



ขุนแผนครูบาจันต๊ะ เนื้อดำทาทอง ตามในบนทึกสร้าง 37 องค์

ขุนแผนครูบาจันต๊ะ อนาวิโล จังหวัดลำพูน พระมาแรงแห่งยุค
ขุนแผน ครูบาจันต๊ะ(รุ่นแรก) กรรมการหายาก ออกปีพ.ศ.๒๕๓๗ มีส่วนผสมผงสมเด็จหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐและผงพรายกมารของปู่ทิมที่ลูกศิตษ์เก็บไว้นำผสมกับพระคง พระเปิม ที่หักด้วย คุณวิเศษไปทางด้านเมตตา มหานิยม ถือเป็นขุนแผนแห่งเมืองเหนือครับ



ทำไมจึงต้องเก็บขุนแผนครูบาจันต๊ะ รุ่นแรก ?

- เป็นขุนแผนเมืองเหนือที่มีประสบการณ์ที่สุดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หากเทียบกับฝั่งภาคตะวันออกศักดิ์ศรีเทียบเท่าพระขุนแผนผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่

- หากมองในแง่ของสินทรัพย์ พระเครื่องนอกจากเป็นที่สักการะเตือนใจของชาวพุทธแล้ว ในแง่ของการลงทุน ธนาคารให้พระเครื่องเป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่งที่มีมูลค่าเพิ่มในตัวมันเอง หากเก็บถูกรุ่นเสมือนเราเลือกหุ้นชั้นดีในตลาดหลักทรัพย์ ลองคิดดูครับ ขุนแผนรุ่นสองตอนนี้ราคาหลักพัน หลักหมื่น แบบมีตะกรุดหลายหมื่น ขุนแผนรุ่นแรกยังพอมีหมุนเวียนในตลาดแต่น้อยมาก ราคายังหลักหมื่นเท่านั้น เทียบกับขุนแผนภาคอื่นยังไปได้อีกไกลครับ (หากเศรษฐกิจดี)

หากสนใจพระขุนแผนสภาพสวย

พระขุนแผนครูบาจันต๊ะรุ่นแรก พิมพ์เกศสั้นเนื้อดำทาทอง สร้าง 37 องค์ เป็นสุดยอดพระหายากในสายพระเครื่องครูบาจันต๊ะ  พระดีจากประสบการณ์การบูชาจากผู้ศรัทธาในหลวงปู่ครูบาจันต๊ะล้วนๆ มีคนได้ลาภสักการะบูชา แคล้วคลาดปลอดภัย