วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

พญาเขาคำ พระอาจารย์สเถียร์ เนื้อผง

พญาเขาคำ พระอาจารย์สเถียร์ เนื้อผง









ตำนานแห่งสุดยอดเครื่องรางล้านนาอิทถีนารี ที่เรียกขานกันในนาม " พญาเขาคำผู้มากเมีย " ด้วยเสน่หาของพญาเขาคำ เทวบุตรรูปงามองค์หนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นยอดนักรักนักรบแห่งล้านนา โบราณจารย์ล้านนาจึงนำเอาเอกลักษณ์ความป็นผู้มีเสน่ห์ต่อสตรีเพศ มาสร้างเป็นเครื่องรางของขลังทีแรงฤทธ์ด้านมหาเสน่์ มหานิยมจากตำนานโบราณล้านนา มาบัดนี้ได้ฤกษ์ิีดิถีสวัสดีมงคล จึงได้สืบสานปลุกตำนานการสร้างยอดเครืองรางมหาเสน่ห์ ทั้งเรื่องด้วยอำนาจวาสนาบารมีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ในการจัดสร้างครั้งนี้ได้รวบรวมผงว่าน ผงพุทธคุณ ที่มีพุทธคุณในด้านเมตตา มหาลาภ มาเสน่ห์มากมายมาบดเป็นผงผสมในการจัดสร้างพญาเขาคำรุ่นแรกของสำนักสงฆ์บนบ่ก๊างในครั้งนี้ จัดสร้างโดยพระอาจารย์เสถียร ฐิตเมโธ และ คณะศรัทธาบ้านบ่อก๊าง

"พญาเขาคำ" เนื้อผงสุดยอดมวลสาร สำคัญที่ผงพรายกุมารหลวงปู่ทิม ผงอิทธิเจหลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ สุพรรณบุรี(เยอะมากๆ) ท่านผู้สร้างคือ พระอาจารย์เสถียร ฐิตเมโธ แห่ง สำนักสงฆ์ บ่อก๊าง ทุ่งเสี้ยว สันป่าตอง เชียงใหม่........ตอนแรกกะว่าจะจะเก็บไว้เองทั้งหมดเพราะอะไรเหรอครับ เพราะว่าของท่านแรงจริงดีจริง ใช้ได้จริงมีตัวตนจริง ให้คุณอย่างเอกอุ ใครเอาไปใช้ล้วนเห็นผลด้านเมตตามหาเสน่ห์ เมตตาค้าขาย เจรจาธุรกิจการงานสำเร็จทุกประการ คนมีปัญหาครอบครัวเอาไปบูชาก็กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อุบัติเหตุรถพังยับแต่คนขับไม่มีแม้รอยขีดข่วนคลานออกมาจากรถมีเพียงพระญาเขาคำนี้แหละครับติดตัวเพียงองค์เดียวสามารถเข้าฝันมาเตือนเรื่องคนที่จะเข้ามาหาว่าให้ระวังให้ดี และอีกมากมายครับ สุดยอดประสบการณ์ เห็นผลชัดเจนสำหรับท่านที่ได้ไว้บูชา

พญาเข้าคำชุดนี้ดีอย่างไร เอาเป็นว่าพระอาจารย์เสถียร ท่านถึงกับออกปากบอกเองเลยว่า "พญาเขาคำ"รุ่นนี้เสกเต็มที่สุด ใครเอาไปใช้เห็นผลที่มากที่สุด มวลสารดีที่สุดหาไม่ได้แล้ว" หลังจากพิธีปลุกเสก พระอาจารย์ นำพระผงพญาเขาคำนี้ถวายครูบาอาจารยืที่มาร่วมปลุกเสกทุกท่านๆละ 1 องค์ หนึ่งในนั้นคือ พระอาจารย์พรสิทธิ์ แห่งวัดสว่างอารมณ์ สันป่าตอง มีลูกศิษย์มาขอจากพระอาจารย์พรสิทธิ์ แต่ท่านบอกว่า "ไม่ให้" ศิษย์เลยถามว่าทำไมถึงหวง ท่านตอบไปว่า"ไม่ให้หวงได้ไง ตอนอ.เสถียรนั่งเสก กูเห็นแสงสีแดงตกมาจากฟ้าลงใส่ของเต็มไปหมด จะเอาให้ได้อย่างไร"......เอาเป็นว่าพญาเขาคำเนื้อผงรุ่นนี้ผมกล้ารับรองเลยว่า ถ้านำไปใช้ด้วยศรัทธาจริง สวดคาถาปลุกทุกวันมิได้ขาด ท่านจะเห้นประจักในคุณวิเศษด้วยตัวท่านเองแน่นอนครับ

คาถากำกับพญาเขาคำให้ใช้ดังนี้นะครับ
.....โอมสิทธิการ กูเป็นมะหิสะกา ญิงใต้ฟ้าจักฮัก ข้อนขิ่งตังมวล แม้นว่าจักเตียวหนเดินเตส เตียวหนสัพเพ เพียงใจ แม้นว่าจักไปสู่คลองน้ำท่า แม้นว่าจัก อว่าย หน้าไปสู่สัพพะทิศา จุ่งหื้อปิยะมะนาปา จมจื้น จักฮักจมจื้นมะโนลังไท สะกะมะนะ สะมวลหมู่ จุ่งหื้อปัจจา อว่ายหน้าสู่ พญาควายเขาคำ โอมสะกะ โอมเก๋ โอมสะกะ ปิเยนตุ มัยหา อะสันตุเม นิจจัง.......3 จบ หรือ 7 จบ หรือ 9 จบ

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2561

พระกริ่งชินบัญชร รุ่นบรมครู32

พระกริ่งชินบัญชร รุ่นบรมครู32


มูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก จึงถือเอาเป็นวันมหามงคล เททองสร้าง พระกริ่งชินบัญชร ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหารายได้ช่วยวัดละหารไร่ สร้างพระมหาเจดีย์ภาวนาภิรัต และเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิหลวงปู่ทิม อิสริโก อาทิ หน่วยช่วยเหลือประชาชนเคลื่อนที่ที่มาบตาพุด  โดยให้ชื่อว่า “พระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒”
         
พระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒ ถอดแบบจากพระกริ่งชินบัญชรองค์เดิมของหลวงปู่ทิม แต่จะดัดแปลงให้สวยงามและพระพักตร์ให้อิ่มเอิบเป็นเอกลักษณ์  เข้าหุ่นด้วยดินไทยและเททองหล่อแบบโบราณ ณ ลานวัดละหารไร่ ต่อหน้า “ องค์พ่อปู่ฤาษีอิสริโกมุนี “  พร้อม “พระพุทธมงคลมหามุนี” เวลา ๑๒.๓๙ น. โดยมีพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียง นั่งปรกปลุกเสกหน้าเตาหลอมทอง




ทิศบูรพา (ทิศตะวันออก) พระอาจารย์ สาคร มนุญโญ วัดหนองกรับ ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม
ทิศประจิม (ทิศตะวันตก) หลวงพ่อ สิน วัดละหารใหญ่ ซึ่งเป็นวัดพี่-วัดน้องกับ วัดละหารไร่  หลวงพ่อสินเอง เป็นศิษย์เอกอีกองค์หนึ่งของหลวงปู่ทิม ทั้งมีวัตรปฏิบัติที่งดงามเคร่งครัด และสำรวมยิ่งองค์หนึ่งของบ้านค่าย
ทิศอุดร (ทิศเหนือ) หลวงปู่ทรง วัดศาลาดิน จ.อ่างทอง พระเถระผู้มีกระแสจิตแก่กล้า นอกจากจะได้ชื่อว่า เสกเดี่ยวได้อย่างมั่นใจไม่ต้องให้ใครมาช่วยเดี่ยวแล้ว  ท่านยังเป็นพระปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณโด่งดัง ท่านรับนิมนต์มานั่งปรกที่วัดหลวงปู่ทิมด้วยความยินดี เพื่อช่วยให้กริ่งบรมครู ๓๒ ดังสุดๆอีกครั้งหนึ่ง

พีธีเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒ พีธีเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒


            เมื่อวันเททองหล่อ พระกริ่งชินบัญชร บรมครู ๓๒ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๙  นอกจากฝนฟ้าจะว่างเว้นให้อย่างอัศจรรย์ ๒ วัน ๒ คืน ครูบาอาจารย์  หลวงปู่ทิม ตลอดจนเทพพรหมมากันมืดฟ้ามัวดิน จนบดบังแสงอาทิตย์ที่กำลังแผดกล้า แล้วยังมีเหตุอัศจรรย์ที่จะเรียกว่าอภินิหารหรือปาฏิหารย์ก็เห็นจะไม่ผิด  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างเททองหล่อพระกริ่งชินบัญชรบรมครู ๓๒ ท่ามกลางสายตาผู้เข้าชมการเททองพระกริ่งนับพันคน การเททองหล่อพระพุทธรูปเป็นภูมิปัญญาของไทยเรามาแต่โบราณ จนถึงยุครัตนโกสินทร์ก็มีบ้านช่างหล่อ มีตระกูล  วงศ์ช่างหล่อ แต่ปัจจุบันการสร้างพระปฏิมากรขนาดเล็กแบบพระกริ่ง มีการทำกันอยู่ ๒ ลักษณ์ คือ สร้างด้วยดินไทย และ สร้างด้วยดินฝรั่ง การสร้างด้วยดินฝรั่งเป็นการดัดแปลงเอาวิธีการของฝรั่งมาใช้ในการสร้างพระพุทธรูปขนาดเล็ก  โดยเอาวัตถุที่ใช้พอกหุ่นที่สร้างขึ้นเพื่อทำจิวเวอรี่  หรือหล่อวัตถุต่างๆอันได้แก่เครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาดัดแปลงเป็นการหล่อพระที่เรียกว่า เหวียง แทนที่จะใช้ ดินไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั่งเดิมของบรรพบุรุษ
            การเททองแบบดินไทยต้องใช้ขี้วัวเป็นวัตถุดิบสำคัญ และต้องใช้ขี้วัวสดๆ ที่ถ่ายออกมาใหม่ๆ ผ่านกรรมวิธี เป็นดินพอกหุ่น
            พราหมณ์ซึ่งเป็นเจ้าพิธีการมาแต่ครั้งโบราณถือว่า ของที่บริสุทธิ์และเป็นมงคลตามธรรมชาติที่จะต้องนำมาใช้ในงานพิธีสำคัญๆไม่ว่าจะเป็นงานของชาวบ้านหรืองานพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ มีอยู่ ๒ สิ่งคือ หอยสังข์ และ มูลโค หรือขี้วัว หอยสังข์ใช้เป่าในงานพระราชพิธีต่างๆถือว่าเป็นของบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติ  ส่วนมูลที่โคถ่ายออกมาก็ถือว่าเป็นของบริสุทธิ์โดยธรรมชาติ เพราะโคไม่เคยเบียดเบียนใคร กินแต่หญ้ามาโดยตลอด มูลโคจึงถือเป็นของบริสุทธิ์ บรรพบุรุษของเราจึงเอามาเป็นวัสดุสำคัญในการหล่อพระ
            การหล่อพระกริ่งชินบัญชรบรมครู ๓๒ ตั้งใจทำด้วยความบริสุทธิ์  เอาสิ่งที่ถือว่าบริสุทธิ์ที่เกิดเองมาหล่อ  เพื่อให้ท่านที่เคารพนับถือหลวงปู่ทิม มีของมงคลของบริสุทธิ์ไว้ใช้ และคงเป็นความบริสุทธิ์ใจของคณะผู้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น ขณะเททองประการแรกเมื่อได้ฤกษ์เททอง ๑๒.๓๙ น. อันเป็นราชาฤกษ์ เมื่อฆ้องประกาศฤกษ์ลั่นขึ้นพระอาทิตย์เวลาเที่ยงวัน  ซึ่งกำลังส่องแสงอันแรงกล้าปราศจากเมฆหมอก  ความร้อนจากแสงอาทิตย์กำลังแผดกล้า(หลังฝนตกหนักติดต่อกันมาแล้ว ๒ วัน เพราะดีเปรสชั่นเข้ามาทางภาคตะวันออก) ถ้าใช้มือป้องสายตามองขึ้นไปจะเห็นพระอาทิตย์กำลังทรงกลด



ในบรรดาผู้ที่เคารพนับถือและใช้พระเครื่องของหลวงปู่ทิม อิสริโก ที่มาบูชา พระชุดชินบัญร บรมครู ๓๒ มีทั้งที่มาบูชาเพื่อทำบุญและช่วยเหลือวัดละหารไร่ ,มูลนิธิหลวงปู่ทิม บางรายมาเพราะศรัทธาว่าพระชุดนี้ต้องศักดิ์สิทธิ์ และขลังไม่แพ้ของเดิม  จึงมาบูชาไปใช้ เพราะนอกจากจะเป็นการทำบุญสร้างกุศลยังได้ของดีไปบูชา
            ในกลุ่มผู้ที่มาเช่าบูชา พระชุดบรมครู ๓๒ นี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากบริษัท ซี.พี.หลายคนมาบูชาพระชุดบรมครูไปมากมายหลายชุด  และมากันหลายหนหลายครั้ง เห็นหน้ากันบ่อยๆก็เลยสนิทสนมกันจนต้องไต่ถามสาเหตุที่มาไปมากมาย คือ ท่านมากัน ๔ คน และลูกน้องตามมาบูชา พระกริ่งชินบัญชรบรมครู ๓๒ เนื้อทองคำไปถึง ๓ องค์ และพระกริ่งทั้งเนื้อนวโลหะ, เนื้อทองทิพย์ ทั้ง ๒ อย่างรวมกันเกือบ ๕๐ องค์
            เมื่อพระกริ่งก้นทองคำ และก้นเงิน ทำเสร็จแล้ว ท่านเหล่านี้ยังมาขอแบ่งก้นหุ้มเงินและก้นหุ้มทองคำไปหุ้มพระกริ่งเนื้อทองคำและเนื้อนวโลหะที่เช่าบูชาไปหลายองค์อีกด้วย  จากการที่มาบ่อยๆหลายครั้ง  ตลอดจนเสียเวลานั่งคอยหุ้มก้นเงิน  ก้นทองคำ  ทำให้สนิทคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น  ผมจึงเรียนถามท่านทั้ง ๓ ว่า ทำไมถึงสละเงินหลายแสนบาทบูชาพระไปมากมายไม่เสียดายเงินบ้างหรือครับ ท่านตอบว่า เงินที่หามายากก็ต้องเสียดายเป็นธรรมดา  แต่ของดีอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆพวกผมจึงมาบูชาไปหลายเงิน
            นอกจากจะเอาไปใช้เอง  เก็บไว้ให้ลูกหลานบ้างแล้ว ยังจะเอาไปแจกพวกลูกน้อง  เพราะพระเครื่องของหลวงปู่ทิมที่พวกผมใช้กันอยู่ ให้ผลเห็นทันตาเวลาติดขัดแล้วอธิษฐานขออะไร  ก็ได้ผลทันตาเห็น  มีพวกผมบางคนนิยมของที่ทันหลวงปู่ทิมเสกแขวนพระกริ่งชินบัญชร รุ่นแรกองค์ละกว่า ๒ แสน (มูลค่า ณ ปี๒๕๔๙) ส่วนพวกผม ๓ คนนี้ก็ใช้พระเครื่องของหลวงปู่ทิม  ไม่มีก็เพียงพระกริ่งอย่างเดียว พอดีทราบว่าพี่สร้างพระกริ่งขึ้นมาอีก  พวกผม ๓ คนก็เลยมาจองพระกริ่งบรมครู ๓๒ เนื้อทองคำไว้คนละองค์  เพราะเชื่อว่า หลวงปู่ทิม ท่านต้องลงมาทำให้  เหมือนที่ท่านเคยพูดว่า ไม่ว่าพรจะทำอะไร  นี่อยู่ที่ไหนก็จะลงมาทำให้  พวกผมเชื่อคำสัญญาของท่านประโยคนี้  ทุกครั้งที่พี่สร้างอะไรของท่าน  ผมก็ฝากให้ลูกน้องมาบูชาไปทุกครั้ง  ครั้งนี้มาบูชากริ่งเนื้อทองคำด้วยตนเอง
            เจ้าหน้าที่บริษัทซี.พี.ระดับสูงพูดกํบผมอย่างนั้นทั้งเล่าต่อไปว่า  ผมเอาพระกริ่งเนื้อทองคำและเนื้อทองทิพย์ไปให้ผู้ที่พวกผมนับถือตรวจพลัง  ท่านบอกพุทธคุณสูงมากไม่แพ้ของเก่า อย่างกริ่งก้นทองแดงที่ราคาเป็นแสนที่ท่านเคยตรวจมาแล้ว และเรื่องอะไรที่ผมจะไปเก็บพระกริ่งชินบัญชรรุ่นเก่าที่ราคา ๒ แสน  สู้บูชาพระกริ่งบรมครู ๓๒เนื้อทองคำที่สร้างเพียง ๓๒ องค์ไม่ดีกว่าหรือ?  เงินที่เหลือบูชาเนื้อนวะและเนื้อทองทิพย์ไปแจกลูกน้องจะดีกว่า  อาจารย์ที่ผมให้ท่านช่วยตรวจพุทธคุณบอกว่า เนื้อทองคำ เนื้อเงิน  เนื้อนวโลหะ และเนื้อทองทิพย์ ทุกเนื้อพุทธคุณเท่ากัน และเหมือนกันหมด  พุทธคุณเทียบเท่ากับพระกริ่งก้นทองแดงของเก่าอย่างไรก็อย่างนั้น
         
ผมถามอีกว่า อาจารย์ที่ตรวจพุทธคุณจะเชื่อถือได้แค่ไหน?  เจ้าหน้าที่ซี.พี.ระดับสูง ที่ไม่ต้องการให้ออกชื่อตอบว่า  ผมทดสอบกันมาหลายครั้งหลายหนแล้ว  จนเชื่อใจได้บางครั้งใจเราคิดอย่างไรท่านยังรู้เลย
         
นอกจากรายของพวกซี.พี.แล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๐ คุณ วิเชียร  อัศวะศรีกุลชัย หนุ่มรูปหล่อร่างสูงสง่า เจ้าของบริษัทโฆษณา  เข้ามาที่มูลนิธิหลวงปู่ทิม จุดธูปบูชาและกราบไหว้หลวงปู่ทิม แล้วยังถามหาชุดกรรมการบรมครู ๓๒ ว่ายังมีอีกไหม?  ผมจะขอบูชาอีกหลายชุด  ถ้าเหลือน้อยจะเอาหมด  ศิษย์หลวงปู่ทิมหลายคนที่มาช่วยงานที่มูลนิธิฯตอบว่าหมดแล้ว  ชุดกรรมการถูกจองหมดตั้งแต่ของยังไม่ออกเพราะทำเพียง ๓๓๒ ชุดเท่านั้น และจำได้ว่า คุณวิเชียรจองชุดกรรมการไว้ถึง ๗ ชุดและมารับไปแล้ว ... ยังไม่พออีกหรือ? คุณวิเชียรตอบว่า ผมเหลือเพียงชุดเดียว อีก ๖ ชุดแจกไปหมด  อยากจะเช่าเก็บไว้อีกเพราะเฮี้ยนจริงๆ คุณวิเชียรจึงเปลี่ยนใจของบูชาพระกริ่และพระขุนแผนไปอีกหลายองค์ในระหว่างรอการจัดพระให้   ผมถามคุณวิเชียรว่า เรื่องที่ว่าพระชุดนี้เฮี้ยนจัง เป็นอย่างไร?
            คุณวิเชียรเล่าว่า  ผมเอาพระชุดกรรมการทั้ง ๕ ชุด (จองไว้ ๗ ชุด เก็บไว้เอง ๒ ชุด) ให้เพื่อนไป ๕ คนพร้อมๆกัน  พวกเขาไม่ค่อยจะเชื่อและนับถือหลวงปู่ทิมเหมือนผม  แถมพูดเป็นทำนองดูหมิ่นท่านว่า “ชุดนี้มีผีหรือเปล่า?  เอาชนิดที่มีผีมากๆมาให้ด้วยนะ จะดูว่าเฮี้ยนสักแค่ไหน?”   เช้าวันรุ่นขึ้นเขามาหาผมแต่เช้าบอกพระที่ให้ไปเฮี้ยนจริงไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืน  มีทั้งแม่ทั้งลูกไปปลุกไปชวนคุยทั้งคืน  ไม่ได้หลับฝันไปแต่เห็นกันแบบตาเนื้อ  คุณวิเชียรบอกว่าไม่เฉพาะรายนี้รายเดียว  เป็นกันถึง ๓ รายเพราะ ๓ คนนี่พูดดูหมิ่นท่าน  ผมเลยบอกให้จุดธูปเทียนขอขมาหลวงปู่ทิมก็จะหาย  คุณวิเชียรท่านนี้แขวนพระกริ่งชินบัญชร รุ่นแรก ที่คุณพ่อมาบูชาไปจากผมพร้อมพระชัยวัฒน์ องค์ละ ๓๐๐ บาทและ ๑๕๐ บาท สมัยออกใหม่ๆ
            ตั้งแต่หันมาใช้พระกริ่งชินบัญชร นอกจากจะเป็นการระลึกถึงพระคุณของคุณพ่อแล้ว  ยังได้อำนาจพุทธคุณ  ช่วยให้กิจการของผมเจริญขึ้น เมื่อขัดข้องอะไรก็ขอ และผ่านไปได้ทุกครั้ง  คุณวิเชียรเป็นคนหนึ่งที่มาร่วมทำบุญกับหลวงปู่ทิมเสมอ จนผมจำได้ทั้งชื่อนามสกุล

มวลสารที่ใช้อุดในพระกริ่งชินบัญชรรุ่น บรมครู 32


ผงพรายกุมาร ผสมสีผึ้ง หลวงปู่ทิม อิสริโก
น้ำมันพระเจ้าตาก ที่ฝังไว้เมื่อ ๒๐๐ ปีก่อน
น้ำมันใส่ผมตราสงกรานต์ ที่หลวงปู่ทิม ปลุกเสกในพระอุโบสถวัดกระบกขึ้นผึ้ง เมื่อปี ๒๕๐๓ และเจ้าของนำมาฝากหลวงปู่ทิม ปลุกเสกต่อจนท่านมรณภาพ ก็ไม่มารับ(รวมเวลาที่หลวงปู่ทิมปลุกเสกร่วม ๑๖ ปี)
จีวร  น้ำมันเสือ  น้ำมันพราย  สีผึ้ง และปิดก้นด้วยจีวรดาดเพดาน หรือ คาย อันเป็นที่สถิตย์ของครูบาอาจารย์ เมื่อหลวงปู่ทิมทำพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลในกุฏิของท่าน  เมื่อตบแต่งพระกริ่งสำเร็จแล้วจึงลงรักปิดทองบูชา ให้สมชื่อ  พรายกุมารทอง

cr.อิทธิญาโน







องค์นี้ไม่ตอกเลข พิเศษตอกประมาณ 7 โค๊ต เจ้าของเดิมได้มาพร้อมกับเนื้อทองคำหมายเลข 8 พระสวยมีกล่องเดิมๆ ติดสีผึ้งกับเกศาหลวงปู่ทิม ของพิเศษแบบนี้ไม่ค่อยมีใครเอามาให้บูชาครับ สำหรับผู้ที่ต้องการพระดี มวลสารดี พุทธคุณสูง พระใหม่ก็ใช้แทนกันได้ ไม่ต้องเก็บพระหลักแสนที่เหมือนว่าจะดูไกลเกินเอื้อมนะครับ สามารถติดต่อสอบถามได้ครับ

ID Line = texsum

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

เหรียญสู้ศึก พระเจ้าเสือ ระยอง

เหรียญสู้ศึก สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท(พระเจ้าเสือ)ค่ายมหาสุรสิงหนาทจังหวัดระยอง พัน ร.๗ ผส.นย. จ.ระยอง พิธีใหญ่ พ.ศ.๒๕๒๑  มี หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลีร่วมปลุกเสก มีโค๊ด ยันต์ครูหรือยันต์เฑาะด้านขวามือองค์ท่าน เป็นพระดีที่ ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อย อีกหน่อยจะเหมือนเหรียญพระเจ้าตากราคาเรือนหมื่น เก็บตอนนี้หลักพันไม่ลำบากกระเป๋า แถมปลุกเสกดีมากๆ โดยเกจิคณาจารย์ขมังเวทย์ยุคก่อนครับ





สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท(พระเจ้าเสือ)


เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ ในรัชกาลที่ ๑.
เป็นขุนพลคู่พระทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชออกรบทำศึกเพื่อชาติ เหนือ,ใต้,ออก,ตก มากถึง ๒๔ ศึกใหญ่ท่าน”อะแซหวุ่นกี้” ขนานนามว่า “พระเจ้าเสือ” ด้วยความยำเกรงในการศึกสงครามทรงรบชนะพระเจ้าปดุงแห่งพม่า ยับยั้งข้าศึกในมหาสงคราม ๙ ทัพทรงทำสังคยานาพระไตรปิฎก ฉบับทองใหญ่เป็น”ครั้งแรก” ในกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ทรงอุปถัมป์บำรุงค้ำจุนพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง ให้ตั้งมั่นสถาพรคู่ชาติไทยมาจนถึงปัจจุบันเปรียบท่านทรงเป็นสมบัติเทพผู้ทรงฤทธิ์ ที่สถิตมาเพื่อกู้ชาติคุ้มครองแผ่นดินไทย ค้ำจุนราชบัลลังค์แด่องค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็น “มหาราช” ถึง ๒ พระองคเป็นที่กล่าวขานในหมู่ทหารไทยมาอย่างช้านาน  เป็นผู้มีคุณปกป้องรักษาแผ่นดินชาติไทยควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ ทหาร ทั่วไป ให้ความเคารพท่านเป็นอย่างมาก ในการรักษาแผ่นดินบ้านเกิด