วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

วันปากปีของชาวล้านนา

วันปากปีของชาวล้านนา


วันปากปี เป็นวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี วันที่สี่ของประเพณีปีใหม่ จัดว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในเทศกาลปีใหม่เมือง ถือเป็นวันแรกของปี วันนี้คนล้านนาจะมารวมตัวกันเพื่อทำบุญเสาใจบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บางแห่งอาจจะต่อด้วยพิธีสืบชะตาหมู่บ้าน และพากันไปขอขมา ดำหัว พระเถระผู้ใหญ่ตามวัดต่างๆ ดำหัวผู้อาวุโส ผู้นำชุมชน ในตอนค่ำของวันนี้จะมีการบูชาเทียน สืบชะตา ลดเคราะห์ รับโชค เพื่อให้เกิดความเป็นมงคลแก่ครอบครัว

ความเชื่อบางประการเกี่ยวกับวันปากปี ชาวล้านนาจะกิน “แกงขนุน” หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “แก๋งบ่าหนุน” กันทุกครอบครัว เพราะเชื่อว่าจะหนุนชีวิตให้เจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เหตุผลของการทานแกงขนุนดังกล่าว อาจจะมาจากชื่อขนุน ที่มีความหมายถึงการเกื้อหนุน ค้ำจุน ครอบครัวให้เจริญรุ่งเรืองหรือตลอดปีของคนล้านนา และในตอนเย็นในบางพื้นที่(บางพื้นที่อาจไม่กระทำ)ยังจะมี ต้าวตังสี่หรือท้าวทั้งสี่(เทพทั้งสี่พระองค์อาจหมายถึงพระพรหมผู้มีสี่หน้า) ซึ่งมีลักษณะเป็นเสามีไม้ขัดกันเป็นสี่มุม แล้วแต่ละมุมจะมีใบตองที่ใส่เครื่องบูชาทั้งสี่ด้านหรือเรียกว่า ควัก ในทางภาษาล้านนา รวมทั้งที่ด้านล่างบนพื้นดินก็จะมีอีกหนึ่งอันเพื่อบูชาพระแม่ธรณี เชื่อว่าจะเกิดสิริมงคต่อบ้าน การกระทำนี้จะทำกันเป็น หม้ง หรือแปลว่า บ้านที่อาศัยร่วมกันใกล้เคียงที่ไม่มีรั้วกั้นเหมือนเป็นวงเดียวกัน ถ้ามีรั้วกั้นจะถือว่าอีก หม้ง แต่ละหม้งก็จะมีต้าวตังสี่อยู่ ผู้ที่กระทำพิธีภาคเหนือเรียก ปู๋จ๋านหรือมัคทายกนั้นเอง

ในวันนี้จะมีการบูชาเทียนปีใหม่ในช่วงค่ำขึ้นมาอีกเวลา จะเป็นพิธีกรรมในส่วนของครอบครัวที่จะกระทำกันในบ้านเรือนของตน พิธีกรรมดังกล่าวคือ การจุดเทียนบูชาบ้านเรือนหรือคนล้านนาเรียกว่า ต๋ามเตียนปู่จาพระเจ้า โดยเทียนดังกล่าวจะมีอยู่สามเล่ม คือ เทียนบูชาลดเคราะห์ เทียนบูชาสืบชะตา และเทียนบูชาโชคลาภ โดยมีการปลุกเสกโดยพระหรือมัคทายก(ปู่จ๋าน)บางท้องถิ่นจะมีการ "ต๋ามขี้สายเท่าอายุ" (การจุดเส้นไฟเท่าจำนวนอายุ) ขี้สายหรือเส้นไฟนี้จะทำมาจากเส้นด้ายพื้นเมือง นำไปชุบขี้ผึ้งหรือไขมัน หรือน้ำมันมะพร้าว ปัจจุบันนิยมชุบน้ำมันพืชที่ใช้ในครัวเพราะง่ายดี พอค่ำลง ก็จะเอาขี้สายเท่าอายุไปจุดบูชาที่ลานพระธาตุเจดีย์ในวัด หรืออาจจุดที่ลานทรายหน้าพระวิหาร ตรงที่สายตาพระเจ้าตก หรืออาจจุดที่ลานบ้านของตัวเองก็ได้ การต๋ามขี้สายเท่าอายุนี้ บางท่านก็ว่า เป็นการเผาอายุสังขารเก่าให้พ้นไป บางท่านก็ว่าเป็นการเผาเสนียดจัญไร อุบาทว์ อาถรรพณ์ ขึดขวงต่างๆ ที่ติดตัวเรามาให้หมดสิ้นไป บางท้องถิ่นก็ให้เพิ่มขี้สายไปอีกเส้นหนึ่ง ถือว่าเป็นการสืบชะตาตัวเรา ให้รุ่งเรืองรุ่งโรจน์ประดุจเปลวไฟในปีใหม่ที่มาถึงนี้

อ่านเรื่อง เทียนสืบชะตา สะเดาะเคราะห์ รับโชค

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

พระชัยวัฒน์ "บุญส่ง" เนื้อเงิน หลวงตาเห วัดป่าพนมกร จ.สุรินทร์

พระชัยวัฒน์ "บุญส่ง" เนื้อเงิน หลวงตาเห อุปกัมโม วัดป่าพนมกร จ.สุรินทร์ 


สำหรับผู้ที่ชอบบูชาพรขนาดเล็กสายเมตตามหานิยมไม่ควรพลาด จะได้สะสมพระ 1 ใน 108 องค์

พระชัยวัฒน์ "บุญส่ง" เนื้อเงินจัดสร้างเพียง108องค์ จัดสร้างเพียงเนื้อเงินเนื้อเดียวไม่มีเนื้ออื่น
พระอนุรักษ์ สุชีโว (หลวงพี่ตี๋) วัดสันป่าข่อย ได้ขออนุญาติจัดสร้างเพื่อนำถวายเมื่อปี50 หลวงตาเห อุปกัมโม (มรณภาพเมื่อ 13 ธันวาคม พ.ศ.2552) เมื่อนำถวายและปลุกเสกแล้วหลวงตาได้แบ่งส่วนหนึ่งให้กลับมาให้ญาติโยมที่ศรัทธาที่จ.เชียงใหม่ พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม ค้าขายร่ำรวยไม่ติดขัด




สำหรับผู้ที่ชอบพระขนาดเล็ก ห้อยบูชาไว้ค้าขาย องค์นี้ทั้งหายากสร้างน้อย มีแค่ 108 องค์เท่านั้นครับ

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

เหรียญประสบการณ์ - เหรียญท้าวเวสสุวรรณ วัดศรีล้อม จ.ลำปาง

เหรียญประสบการณ์ - เหรียญท้าวเวสสุวรรณ วัดศรีล้อม จ.ลำปาง


ประวัติศาลเจ้าพ่อมหายักษ์สามพันตน วัดศรีล้อม


ตำนานเกี่ยวกับพระฤาษี ๕ องค์ ปางเมื่อยังอยู่ ณ ดอยยัสสกิตติบรรพต คือ ม่อนพระยาแจ้ปาง เมื่อเมืองกุกุตตนครอุดมด้วยผีเสื้อยักษ์ชุกชุมกันในย่านเวียงดิน พระฤาษี ๕ องค์ ได้ถวายภัตตราหารแต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ดอยยัสสกิตติ แต่เหตุด้วยวันนั้นทัศนวิสัยอึมครึม พระฤาษี ๕ องค์ ก็กริ่งเกร็งว่าแม้กาลเวลาล่วงเลยโภชนาการแล้ว องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคงยังมิได้เสวยฉันพระกระยาหารนั้น เพราะท้องฟ้ามืดมัว



ที่จริงพระองค์เสวยขนฉันนั้นแล้ว พระอินทร์หยั่งรู้ถึงความวิปริตวิตกกังวลของพระฤาษี ๕ องค์ ก็ทรงเนรมิตไก่เผือกยืนขันเหนือดอยยัสสกิตติ พระฤาษี ๕ องค์ ก็เข้าใจที่นั้นว่า พระองค์ทรงเสวยภัตตาหารที่ทูลเกล้าถวายนั่นแล้ว หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จกลับ ต่อมาพระยาวิรุฬและพระยาเวสสุวรรณก็นำต้นศรีมหาโพธิ์มาปลูก มีผีเสื้อ (พญายักษ์) สามพันตนแวดล้อมอารักษ์ขา ณ เวียงดินหรือ กุกุตตนคร สถานที่ปลูกต้นศรีมหาโพธิ์นี้

ภาพจากเว็บ http://www.lampang108.com/wb/read.php?tid-333.html


ศาลเจ้าพ่อมหายักษ์สามพันตน ที่วัดศรีล้อม เป็นที่กล่าวขานในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ โพธิ์ต้นใหญ่อยู่กลางวัดและมีผ้าสีพันรอบๆ พร้อมทั้งไม้ค้ำต้นโพธิ์ไว้ตามประเพณี รูปปั้นพญายักษ์อยู่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ บนกำแพงที่รอบรอบมีศาลยักษ์เพียงตา ผู้ปกปักรักษาต้นศรีมหาโพธิ์แห่งนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไป ชาวบ้านให้ความนับถือมากครับ นิยมมาบนบานศาลกล่าว ตามความเชื่อจะต้องแก้บนด้วยของดิบเท่านั้น บริเวณใกล้เคียงกันยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองให้ได้สักการะกันด้วยครับ

เหรียญท้าวเวสสุวรรณ วัดศรีล้อม จ.ลำปาง เป็นเหรียญที่วัดจัดสร้างขึ้น เหรียญดีราคาถูกที่หลายคนไม่รู้  หาพระดีใช้บูชาติดตัวแต่งบมีไม่มากแน่นำครับ