วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อานิสงส์ข้าวประดับดิน (การใส่บาตร)


ความเป็นมาของอานิสงส์ข้าวประดับดิน (ใส่บาตร)

......ความว่า สมัยหนึ่งมีบุรุษยากจนไร้ญาติพี่น้องได้อาศัยพวกชาวบ้านเลี้ยงชีพไปวันหนึ่งๆ แต่ว่ามีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนา ปรารถนาใคร่จะถวายทานอยู่เนืองนิตย์ แต่ด้วยความยากจนตนจึงไม่มีวัตถุทานอันประณีตพอจะทำถวายทานได้
อยู่มาวันหนึ่งเป็นวันที่ชาวบ้านได้ ทำบุญข้าวประดับดิน(ใส่บาตร) หมู่ชนทั้งหลายก็เตรียมอาหารบิณฑบาต นำไปสู่อารามอย่างล้นหลามด้วยหน้าตาผ่องใสรื่นเริงด้วยกันทุกคน ฝ่ายบุรุษยากจนคนนั้นออกจากกระท่อมน้อยก็มองดูประชาชนเขาทำบุญกันรื่นเริงแจ่มใส น้ำตาก็ไหลรินลงอาบหน้าโดยไม่รู้ตัว และขณะที่เขากำลังโศกเศร้าน้อยใจอยู่นั้น ได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งเที่ยวโคจรบิณฑบาตมาหยุดตรงหน้าของทุคคตะ(บุรุษผู้ยากจน)คนนั้นก็เกิดศรัทธาแรงกล้านึกถึงข้าวก้อนหนึ่งประมาณเท่าผลมะตูมที่ตนหามาได้ ก็รีบไปเอามาใส่บาตรแก่ภิกษุรูปนั้นด้วยความปีติยินดี ความเสียใจน้อยก็หายไปแล้วอุทิศส่วนกุศลที่ทำแล้วนั้นไปถึงสัตว์ทั้งหลายมีบิดามารดาเป็นต้น

.......ต่อมาได้มีเปรตชนซึ่งเป็นญาติของทุคคตะ(บุรุษยากจน) ซึ่งยมพบาลได้ปล่อยให้ไปเที่ยวแสวงหาอาหาร พอดีกับการทำบุญ ของทุคคตะ(บุรุษยากจน) ผู้เป็นญาติอุทิศไปถึงพากันอนุโมทนา แล้วก็อวยพรให้ทุคคตะ(บุรุษยากจน)ผู้เป็นญาตินั้นประสบด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกทิพาราตรีกาล

ฝ่ายพระยายมราช เมื่อทราบว่าสัตว์นรกเปรตวิสัยนี้มีส่วนบุญ อันได้กระทำไว้ เพราะการรับอนุโมทนาทานที่ญาติได้อุทิศไปถึงตนจึงปล่อยให้พ้นจากกรรมในนรกแล้วก็ถือปฏิสนธิในเทวสถานด้วยอำนาจวาสนาบารมีของทุคคตะส่งไปถึงนั้น ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทุคคตะได้แสวงหาเลี้ยงชีพก็คล่องแคล่วไม่ขัดสน นำตนให้ประสบความรุ่งเรืองเป็นลำดับมา ถึงกับมีทรัพย์ทำการค้าขายได้โดยสะดวก ก็ได้ทำบุญกุศลทวีขึ้นเป็นลำดับ มีการให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา เป็นต้น ครั้นถึงเวลาอายุขัยก็ทำกาลกิริยาตายไป ก็บังเกิดในสวรรค์เป็นเทพบุตร มีนางเทพอัปสรแวดล้อมเป็นยศบริวารเมื่อหมู่ญาติที่เป็นเทพธิดา ทราบข่าวก็พากันไปถือเครื่องสักการบูชาคุณแก่เทพบุตรนั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น