วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

พระฤาษีนารอด ,พระฤาษีนารอท ปู่ฤาษีนารอท

พระฤาษีนารอด ,พระฤาษีนารอท ปู่ฤาษีนารอท


พระนารท หรือ พระนารอด หรือ พระนาระทะ แล้วแต่จะเรียก

เป็น1 ใน พระประชาบดี (เทวฤษีที่เป็นพระผู้สร้าง) ๑๐ องค์ คือ เป็นผู้ประดิษฐ์ "วีณา" -- พิณน้ำเต้า
พระฤๅษีนารทบำเพ็ญพรตอยู่เชิงเขาโสฬส นอกเมืองลงกา เมื่อคราวหนุมานไปถวายแหวนแก่นางสีดาได้เหาะเลยเมืองลงกาเพราะไม่รู้จักทาง ไปพบกันเข้าจึงเกิดการประลองฤทธิ์กัน แต่หนุมานเกิดพ่ายแพ้ต่อฤทธิ์พระฤๅษีจึงยอมอ่อนน้อม และเมื่อคราวหนุมานไปเผากรุงลงกาไฟที่ติดหางหนุมานจะดับอย่างไรก็ไม่สามารถดับได้ หนุมานจึงไปหาพระฤๅษีนารทให้ช่วยดับไฟให้

พระฤาษีนารอด เป็นครูของฤาษีทั้งปวง ทรงกำเนิดจากเศียรที่ ๕ ของพระพรมธาดา ทรงเพศเป็นฤาษี พระฤาษีนารอดถือว่าเป็นฤาษีองค์แรกของไตรภูมิ ไม่ว่าจะมีการบูชาสิ่งใด หากไม่มีการเชิญท่านแล้ว พิธีกรรมนั้นมักไม่สมบูรณ์

รูปลักษณ์ของท่านที่สร้างเป็นหัวโขน(ศรีษะครู)สำหรับบูชาเป็นรูปหน้าพระฤาษีหน้าปิดทอง สวมลอมพอกฤาษี มี(กระดาษ)ทำเป็นผ้าพับเป็นชั้นลดหลั่นกันไป เสียบอยู่กลางลอมพอก

สิ่งที่เกี่ยวกับพระฤาษีนารอด เพิ่มเติม

พระรอดเป็นพระเครื่องราง ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้พระสมเด็จฯ และพระนางพญา ได้ถูกขนานนามว่าเป็น " เทวีแห่งนิรันตราย " ทั้งได้แสดงคุณวิเศษทางแคล้วคลาดเป็นที่ประจักษ์มาแล้วมากมาย ตามตำนานกล่าวว่า "พระนารทฤาษี" เป็นผู้สร้างพระพิมพ์นี้ขึ้น จึงเรียกพระพิมพ์นี้ว่า "พระนารท" หรือ "พระนารอด" ครั้นต่อมานานเข้ามีผู้เรียกและผู้เขียนเพี้ยนไปเป็น "พระรอท" และในที่สุด ก็เป็น"พระรอด" อีกทั้งเหมาะกับภาษาไทยที่แปลว่า รอดพ้น จึงนิยมเรียกพระพิมพ์เครื่องรางชนิดนี้ว่า พระรอด เรื่อยมาโดย ไม่มีผู้ใดขัดแย้ง พระรอดพบในอุโมงค์ใต้เจดีย์ใหญ่วัดมหาวัน หรือที่เรียกว่า มหาวนาราม ณ จังหวัดลำพูน ซึ่งปรากฏอยู่ถึงจนปัจจุบันนี้ อนึ่ง วัดมหาวันเป็นวัดโบราณของมอญลานนาในยุคทวาราวดี ขณะที่พระเจ้าเม็งรายยกทัพมาขับไล่พวกมอญออกไปราว พ.ศ.1740 นั้น ก็พบว่าวัดนี้เป็นโบราณสถานอยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้นจึงไม่น่ามีปัญหาใดเลยว่า พระรอดนี้ควรมีอายุ เกินกว่าพันปีเป็นแน่ แต่เพิ่งมาพบเมื่อประมาณ 50 ปีมานี่เอง

พระฤษีนารอด ท่านเป็นหมอยาที่มีคาถาอาคมเก่งกล้า ทั้งยังเป็นอาจารย์รดน้ำมนต์ที่เก่งที่สุดอีกด้วยท่านมีบารมีมาก ปวงชนทั่วไปก็มักจะรู้จักพระนามของท่านแทบทั้งนั้น รูปร่างหน้าตาของท่านก็ยังมีหนวดเครายาวลงมาจากคางถึงในระหว่างอกมือถือดอกบัว ตรงด้านหน้ามีบาตรน้ำมนตร์ตั้งอยู่เป็นประจำ เก่งในทางรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ชงัดนักแล ถ้าหากผู้ใดมีความทุกข์ที่เกี่ยวกับการเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จงบนบานศาลกล่าวกับท่านดูแล้วท่านก็จะต้องเมตตาเสด็จลงมาปัดเป่ารักษาให้โรคภัยนั้นหายไปในเร็ววันมักจะมีคนพูดกันทั่วไปว่า พระฤษีนารอดเป็นพี่ชายของ พระฤษีนารายณ์แต่บำเพ็ญพรตกันอยู่คนละแห่ง นานๆจึงจะได้พบกันสักครั้งหนึ่ง แต่เรื่องนี้มีความคลาดเคลื่อนอยู่ ที่จริงแล้วผู้ที่เป็นน้องชายของพระฤษีนารอดก็คือ พระฤษีนาเรศร์ มิใช่พระฤษีนารายณ์ ที่ถูกต้องก็คือ พระฤษีนาเรศร์ นี่แหละที่เป็นน้องชายแท้ๆของ พระฤษีนารอด และก็ได้บำเพ็ญตบะอย่างมุ่งมั่นอยู่กันคนละแห่ง สำหรับพระฤษีนาเรศร์นี้ ท่านเก่งในคาถาอาคมศักดิ์สิทธิ์มีเวทมนตร์ขลังเป็นที่สุด ชอบสันโดษบำเพ็ญพรตอยู่แต่ในป่าลึกๆ ไม่ค่อยชอบสมาคมกับใครเท่าใดนัก แม้แต่พี่น้องกันแท้ๆ ยังนานๆได้พบกันที พอพบกันก็จะดีใจถึงกับกอดกันแน่นด้วยความปลื้มปิติยินดีท่านที่กราบไหว้บูชาพระฤษีสององค์พี่น้องก็จะเป็นมงคลอันสูง ท่านก็จะได้แผ่บารมีแห่งความเมตตามายังท่าน มาป้องปัดบำบัดรักษา และคุ้มครองมิให้โรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียนตลอดกาล....

พระนารทฤาษี ท่านเป็นมหาฤาษีที่เกี่ยวข้องกับการดนตรีโดยตรง เป็นหนึ่งในมหาฤาษีทั้งสิบ เกิดจากพระนลาฏของพระพรหม ซึ่งในทางดนตรีจะเอ่ยนามท่านพระว่าพระปรคนธรรพ แปลว่าคนธรรพผู้ยิ่งใหญ่ มีความชำนาญในการขับร้องและเล่นดนตรี

เมื่อครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประลองฤทธิ์กับพระพรหมองค์หนึ่งนามว่าผกาพรหม บางแห่งว่าเป็นพระอิศวร ท่านได้ทำหน้าที่บรรเลงพิณ เพลงสาธุการ เพื่ออัญเชิญพระพุทธองค์ เสด็จลงจากเศียรของพระพรหมองค์นั้น

นักดนตรีไทยจะบูชาตะโพนแทนองค์ท่าน ...

และกล่าวบูชาด้วยคาถา "พระปรคนธรรพ พระประเท อิมมัสสมิงทิศาพาเค สันติเทวา มะอิธิกา เตปิตุมเห อนุรรักขันตุ ปริภุณชันตุ"

เรื่องเกี่ยวกับท่านมีมากมาย ด้วยเหตุมีผู้บูชาท่านต่างสาขาอาชีพ จึงเชื่อมโยงตำนานนั้นให้เข้ากับ ความเชื่อของตน

สำหรับทางดนตรี - นาฏศิลป์ นอกจากจะบูชาตะโพนแทนองค์ท่านแล้ว ยังสร้างศรีษระท่านด้วยกระดาษเป็นหน้าคนธรรพ สีเขียว ยอดลำโพง หรือ สีส้ม ยอดน้ำเต้า

ส่วนที่เห็นเป็นหน้าพระฤาษีสีทองนั้น เป็นพระภรต(พะ-รต)ฤาษี ซึ่งเป็นบรมครูฝ่ายนาฏศิลป์โดยตรง

การสร้างรูปลอยองค์หรือศรีษะโขน เพื่อเคารพสักการะพระ นารทฤาษี นั้น ก็ด้วยเหตุที่ว่า ที่ท่านเป็นมหาฤษีแต่เพียงพระองค์เดียวที่พระพรหม ท่านทรงให้เทวกำเนิด ถือเป็นบรมครูของเทวดา และมนุษย์ จึงมีผู้นับถือท่านมากกว่าพระฤาษีพระองค์อื่นๆ

จะทำการสิ่งใดเมื่อบูชาท่านแล้วก็มักจะสัมฤทธิ์ผลอย่างเห็นทันตาทีเดียว

วิธีการเตรียมของเพื่อที่จะบูชาฤาษีนารอด

ตามแบบที่ได้รับการประสิทะประสาทจากหลวงตาหมูวัดดงป่าคำ
มี 3 แบบ เลือกได้ตามวาระ หรือจะทำให้ครบเลยก็ยิ่งดีครับ

1.ปฏิบัติบูชา สมาทานศิล 8 ให้บริสุทธิ์ แล้วระลึกถึงท่านก็จะสมความปราถนาครับ
2.อามิสบูชา จุดธูป 19 ดอก เทียน 1 คู่ ดอกบัว ของหอม(ท่านเป็นเทพ เทพจะชอบของหอมและสะอาด) น้ำดื่มสะอาด 1 แก้ว
3.อื่นๆ ขนมต้มแดง ต้มขาว คันหลาวหูช้าง อาหารมังสะวิรัต ผลไม้ทุกชนิด ห้ามบูชาท่านด้วยเนื้อสัตว์เด็ดขาด (ห้ามใช้ภาชนะที่เคยแตะต้องเนื้อสัตว์ด้วย)
หมากพลู ตามศรัทธา

คาถาบูชาพระฤาษีนารอดมี 2 แบบ


1.แบบทั่วไป "โอม พระนาระทะ สายยะ นะโม นะมะ คันธะมาลา สิทธาหะนัม กัมพะมะนะ สัมมาอรหัง วันทามิ"
2.โองการบูชา เป็นแบบเฉพาะแต่ละสำนัก สำหรับผมได้รับการประสิทะประสาทจากหลวงตาหมูวัดงป่าคำ เป็นการเฉพาะครับ

วิธีการบูชาพระฤาษีนารอด ปู่ฤาษีนารอท พระนารทฤาษี 


1.ท่านเป็นเทวฤษี ต้องบูชาด้วยเครื่องหอม สวดสรรเสริญด้วยการออกเสียงไพเราะและตั้งใจ บูชาด้วยดนตรีอันไพเราะ สถานที่บูชาต้องสะอาด ไม่ควรปล่อยให้รกรุงรัง
2.ท่านเป็นเทวฤษี ไม่โปรดเนื้อสัตว์ทุกประเภท
3.ห้ามบน อยากได้พร เมื่อถวายสักการะด้วยวิธีใดๆ แล้วขอพรเลย จะสมความปราถนาโดยเร็ว
4.รูปเคารพท่านจะเป็นแบบใดๆก็ตาม หากออกชื่อ เป็นพระนาระทะ หรือ พระนารอดแล้ว จะศักดิ์สิทะทันที บูชาขอพรได้เลย เช่น เมื่อได้รูป หรือเศียรพระฤาษี มา 1 องค์ เมื่อจัดสถานที่บูชาเป็นที่เป็นทางแล้ว ตั้งนะโม 3 จบ ก็สวดบูชาออกชื่อท่านได้เลย จะเป็นบทสั้นบทยาว ท่านโปรดทุกบท เช่น โอม พระนารอด สาะยะ นะมัสสามิ ท่านจะอยู่กับเราตลอดไป
5.จุดธูปบูชาท่านกี่ดอกก็ได้ แต่ต้องเหมือนกันทุกครั้ง เช่น ครั้งแรก 3 ดอก ก็ควรจะบูชา 3 ดอกตลดไป
6.ศิษย์พระนารอดส่วนใหญ่จะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เมื่อปวรณาเป็นศิษย์ท่านแล้ว ก็ระวังศิลข้อ 3 ด้วยครับ ประสบมากับตัวเอง...
7.เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยหรือ สงสัยจะถุกคุณ น้ำล้างหน้าตะโพน คือ น้ำทิพย์มนต์ รักษาได้ชะงัด สำหรับศิษย์พระนารอดครับ
8.เนื่องจากท่านเป็น เทวฤษี รูปเคารพท่าน เป็นโลหะซึ่งเป็นธาตุทอง ดีที่สุดครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น